คอลลาเจน กับ กลูต้า ต่างกันอย่างไร ทานตัวไหนประโยชน์มากกว่า – Glory | “อาหารผิว” เพื่อสุขภาพและความงาม

คอลลาเจน กับ กลูต้า ต่างกันอย่างไร ทานตัวไหนประโยชน์มากกว่า

คอลลาเจน กับ กลูต้า เป็นชื่อเรียกของอาหารเสริมที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยทั้งสองนั้นมีสรรพคุณในการช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องผิวพรรณต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ แต่ด้วยสรรพคุณที่เหมือนกันเนี่ยแหละ ที่ทำให้หลายคนสับสนว่า แล้วมันต่างกันอย่างไรล่ะ? ตัวไหนที่ทานไปแล้วจะได้ประโยชน์เต็มๆ ?

ซึ่ง Glory ก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่า การจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยดูแลผิวพรรณของเราให้ดูสุขภาพดีนั้น ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด มีประโยชน์ที่สุด และไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และในวันนี้ Glory ก็จะขอพาคุณมาทำความรู้จัก คอลลาเจน กับกลูต้า ว่ามันต่างกันอย่างไร แบบไหนที่ให้ประโยชน์มากกว่า

ความแตกต่างของ คอลลาเจน กับ กลูต้า

สิ่งสำคัญในการเลือกอาหารเสริมที่เข้าไปบำรุงผิวพรรณของคุณ คือการเลือกอาหารเสริมที่คุณเลือก จะต้องอุดมไปด้วยประโยชน์ และเข้าไปบำรุง ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ จะต้องไม่ทิ้งสารตกค้างหรือมีผลข้างเคียงใดๆ กับร่างกาย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา Glory ขอพาคุณไปทำความรู้จักกับอาหารเสริมทั้ง 2 ตัวกันเลยดีกว่า

  • คอลลาเจน

คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง ซึ่งร่างกายของเราจะสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ผ่านการทานอาหารที่มีโปรตีนเข้าไป โดยคอลลาเจนจะหน้าที่คล้ายกาวที่ยึดเกาะส่วนต่างๆ ในร่างกายที่เป็นองค์ประกอบของผิวหนัง และทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่อวัยวะต่างๆ เช่น ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียน, ลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร, ป้องกันการเกิดสิว, เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกอ่อน เป็นต้น

  • กลูต้า

กลูต้า หรือกลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายสามารถสร้างกลูต้าขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ โดยจะทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ซึ่งในทางการแพทย์ได้มีการทดลองนำกลูต้าไธโอนมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ โรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น โดยผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดกลูต้าไธโอนมักจะมีผิวที่ขาวเปล่งปลั่ง แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า กลูต้าไธโอนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวขาวได้จริงหรือเป็นเพียงแค่ผลข้างเคียงชั่วคราวจากการใช้สารนี้ในการรักษา


คอลลาเจน กับ กลูต้า ทานเลือกทานแบบไหน ได้ประโยชน์มากกว่า?

เมื่อได้ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า คอลลาเจน กับ กลูต้าคืออะไร เราเชื่อว่าหลายคนก็อาจจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกคอลลาเจน เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อดูแลผิวพรรณ เนื่องจากการรับประทานคอลลาเจนไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ซ้ำยังมีผลดีต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม คือไม่เกิน 10,000 มิลลิกรัม/วัน โดยประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการรับประทานคอลลาเจน มีดังนี้

  1. ช่วยบำรุงผิวพรรณ

    คอลลาเจนมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่น และยังคงช่วยให้รูขุมขนกระชับเล็กลง ผิวเนียนละเอียดมากขึ้น

  2. ช่วยลดการหย่อนคล้อยของผิวหน้า

    คอลลาเจนเป็นส่วนช่วยในการชะลอผิวพรรณที่เริ่มเกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย ให้เกิดขึ้นช้าลง

  3. ช่วยบำรุงเส้นผม

    ปกติแล้วเส้นผมของคนเราจะมีคอลลาเจนประกอบอยู่ด้วย หากรับประทานคอลลาเจนเสริมอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง จะช่วยทำให้เส้นผมมีความแข็งแรง เงางามเป็นเส้นผมที่สุขภาพดี

  4. ช่วยบำรุงกระดูก

    การเสริมสร้างคอลลาเจนเข้าไปในร่างกายไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงผิวพรรณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กระดูกของคุณมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยปกป้องจากภาวะความเสี่ยงจากโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

  5. ช่วยซ่อมแซมกระดูกข้อต่อต่าง ๆ

    เมื่อมีอายุที่มากขึ้นความยืดหยุ่นของเอ็นและข้อต่อต่าง ๆ ใช้งานได้ไม่สะดวกเหมือนเดิม คอลลาเจนจึงเป็นส่วนสำคัญในการเข้ามาช่วยซ่อมแซมให้ข้อต่อสามารถยืดหยุ่นได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดข้อได้ดี

  6. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต

    โดยเฉพาะส่วนสำคัญของหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้คล่อง ไม่มีคั่งค้าง

  7. ช่วยสลายโปรตีน และช่วยบำรุงลำไส้

    ซึ่งคอลลาเจนจะเข้าไปช่วยสลายโปรตีน และบำรุงภายในลำไส้ พร้อมกับรักษาผนังเซลล์ที่ได้รับความเสียหาย และช่วยดูดซับน้ำภายในลำไส้ ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

  8. ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ

    สาว ๆ หลายคนอาจจะชอบประโยชน์ข้อนี้ เพราะการได้รับคอลลาเจน จะสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญด้วยการสร้างมวลกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมัน และยังช่วยแปลงสภาพของสารอาหาร

กลูต้าทานแล้วขาวขึ้นจริงไหม?

หากพูดตามหลักทางการแพทย์แล้ว การทานกลูต้าหรือกลูต้าไธโอน จะทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นได้จริง แต่เมื่อหมดฤทธิ์ผิวก็จะกลับมาคล้ำดังเดิม นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการมีสารพิษตกค้างในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาวได้อีกด้วย

ดังนั้น หากคุณอยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และดูสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง การรับประทานกลูต้าอาจเป็นทางเลือกที่ไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก แต่หากคุณอยากให้ผิวขาวใสแบบเร่งด่วน ก็สามารถทานกลูต้าเพื่อลดระยะเวลาการเห็นผลได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกินไป


สุดท้ายนี้ เราเชื่อว่าคุณคงได้ข้อมูลกันไปแล้วว่า คอลลาเจน กับ กลูต้า มีความแตกต่างและคุณประโยชน์อย่างไร และสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณกันได้แล้ว สำหรับผู้ที่อยากทานคอลลาเจน ก็อย่าลืมนึกถึง Glory Collagen Di-Peptide

คอลลาเจน 100% ที่สกัดจากปลาทะเลและปลาน้ำจืดนานาชนิด พร้อมสารสกัดคุณภาพ ที่จะเข้าไปช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณของคุณให้ดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก และพร้อมให้คุณ Glow Your Ordinary ได้อย่างมั่นใจ สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าหรือต้องการปรึกษาปัญหาผิว สามารถติดต่อได้ที่

Line: @GloryofficialTH

Shopee: Glory Official TH

Lazada: Glory

Glory ช่วยเฉลย Vit C มีส่วนช่วยในการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจริงหรือไม่ ทำไมระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จึงต้องพึ่งพาสรรพคุณของวิตามินซี

Glory จะพาทุกคนมาดูประโยชน์จากการรับประทาน Glory Tomato Vit C พร้อมแชร์เคล็ดลับการทานอาหารเสริมให้เห็นผล เพื่อช่วยให้ผิวของคุณดูสวย และมีออร่ายิ่งขึ้น

สาระผิวสวยในวันนี้ Glory จะมาบอกวิธีทำให้ผิวสุขภาพดี ด้วยคอลลาเจนไดเปปไทด์ ตัวช่วยโกงอายุ และชะลอวัยการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ

Glory จะมาแนะนำคอลลาเจนไดเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนที่ดีที่สุด ทานง่าย เห็นผลจริง และปลอดภัยในระยะยาว พร้อมบอกความแตกต่างของคอลลาเจนแต่ละประเภท

Glory พาไขคำตอบ หากหยุดกินคอลลาเจนจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย และประโยชน์ของคอลลาเจนเมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอ

Glory จะมาแชร์ตัวช่วยบอกลาปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าให้เห็นผล พร้อมแชร์อาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เมื่อร่างกายขาดคอลลาเจนเป็นเวลานาน

Glory บอกต่อวิธีกิน Vit C ให้ได้ผลดีที่สุด ควรกินตอนไหน วิตามินซีมีกี่ประเภท แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนเริ่มรับประทานวิตามินซีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพ

Glory จะมาบอกว่ากลุ่มคนใดบ้างที่เสี่ยงต่อการขาด Vit C และข้อเสีย พร้อมทั้งบอกสัญญาณเตือนว่าร่างกายขาดวิตามินซี

กลับหน้าแรก