หาคำตอบ โพรไบโอติก ทำไมกินแล้วไม่เห็นผล? – Glory | “อาหารผิว” เพื่อสุขภาพและความงาม

หาคำตอบ โพรไบโอติก ทำไมกินแล้วไม่เห็นผล?

ถ้าทุกคนลองสังเกตกันดูดี ๆ จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้หลายคนหันมาใส่ใจตัวเอง และดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษารูปร่างให้มีร่างกายที่ผอมเพรียวดูหุ่นดีอยู่เสมอ เพราะการที่มีรูปร่างที่ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดี หรือจะทำกิจกรรมอะไรก็ดูเฟรช สดชื่นไม่เหนื่อยง่าย 

โดยส่วนใหญ่แล้ว หลายคนหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลัง ควบคู่ไปกับการทานอาหารเสริมที่มี โพรไบโอติก เป็นส่วนประกอบ เนื่องจากโพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่จะช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร และช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เผยให้คุณมีหุ่นที่ผอมเพรียว โดยที่ไม่มีของเสีย หรือสารตกค้างใด ๆ ในร่างกาย 

แต่ก็ใช่ว่าการทานอาหารที่มี โพรไบโอติก จะเห็นผลในทุกคน เพราะก็มีคนบางกลุ่มที่ทานโพรไบโอติกแล้วไม่เห็นผล พุงไม่ยุบ หุ่นไม่ผอมเพรียวเหมือนกัน วันนี้ Glory เลยอยากจะพาทุกคนที่ประสบปัญหาทานโพรไบโอติกแล้วไม่เห็นผล มาหาคำตอบกัน ซึ่งสาเหตุจะเป็นเพราะอะไรนั้น แล้วจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรให้คุณได้รับประโยชน์เต็มที่ ตามเรามาดูกันได้เลย 

 

โพรไบโอติก แบคทีเรียปรับสมดุลร่างกาย

ก่อนที่เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบ ว่าทำไมทานโพรไบโอติกแล้วไม่เห็นผล เราอยากพาทุกคนมาทำความรู้จัก “โพรไบโอติก” ให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยโพรไบโอติก Probiotics คือ จุลินทรีย์ และแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่จะช่วยยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ ลดอาการท้องเสีย และลดอาการอักเสบต่าง ๆ อีกทั้งโพรไบโอติกยังช่วยในเรื่องของการดูดซึมสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งการที่ร่างกายมีโพรไบโอติกที่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายเกิดสมดุลที่ดี และช่วยให้คุณห่างไกลโรคได้ด้วย 

 

สาเหตุที่ทำให้ โพรไบโอติก ที่ทานเข้าไปไม่เห็นผล 

หลายคนที่ทานโพรไบโอติก ต่างก็คาดหวังให้โพรไบโอติกช่วยปรับสมดุลร่างกาย ปรับสมดุลลำไส้ให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และเป็นเกราะป้องกันให้ห่างไกลโรค แต่ในทางกลับกันพอทานโพรไบโอติกเข้าไปแล้ว โพรไบโอติกดันไม่สามารถช่วยปรับสมดุลร่างกายให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น และไม่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมทานโพรไบโอติกแล้วไม่เห็นผล หรือเห็นผลไม่ดีเท่ากับคนอื่นที่ทานโพรไบโอติกเหมือนกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้โพรไบโอติกที่ทานเข้าไปไม่เห็นผล เกิดจากปัจจัย และพฤติกรรมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น 

 

  • การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ 
  • อยู่ในภาวะความเครียด
  • การทานน้ำตาลมากจนเกินไป 
  • การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น 
  • การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ 
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่
  • ไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 

ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายขาดโพรไบโอติก และต่อให้ทานโพรไบโอติกเสริมเข้าไปมากขนาดไหน แต่ถ้ายังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ตรงตามความต้องการอย่างแน่นอน แถมการทานโพรไบโอติกเข้าไปมาก ๆ ยังส่งผลทำให้คุณสูญเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร หรือทำให้โพรไบโอติกในร่างกายของเรา จากที่มันดีอยู่แล้วกลับแย่ลงด้วยซ้ำ

 

ทาน โพรไบโอติก อย่างไรให้ได้ผล และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย 

สำหรับใครที่ทานโพรไบโอติกเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผลสักที วันนี้เรามีทางออกดี ๆ มาแนะนำให้คุณลองปรับใช้ และทำตามกันดู โดยอย่างแรกต้องเริ่มจากการที่คุณต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ ให้คุณหยุดพฤติกรรมเหล่านี้โดยเร็ว ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถรับโพรไบโอติกเข้าสู่ร่างกายได้อีกครั้ง นอกจากนี้ การจะทานโพรไบโอติกให้เห็นผล และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย 

 

  • ควรจะทานโพรไบโอติกก่อนมื้ออาหาร หรือระหว่างมื้ออาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำลายโดยน้ำย่อย เพราะในช่วงเวลาก่อนอาหารกระเพาะของเราจะมีความเป็นกรดต่ำ ทำให้โอกาสที่โพรไบโอติกจะถูกดูดซึมเข้าไปมีโอกาสสูงมาก และยังมีโอกาสน้อยที่จะถูกทำลายโดยน้ำย่อย ทำให้การทานโพรไบโอติกในช่วงเวลาก่อนอาหาร หรือระหว่างมื้ออาหารเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด

 

  • ทานโพรไบโอติกควบคู่ไปกับการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำเย็น นอกจากนี้ คุณควรทานโพรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสม คือ 10-20 พันล้านตัวต่อวัน หรืออย่างต่ำ 10,000 ล้าน CFU ต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับโพรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสม และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง 

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับสาเหตุที่ทำให้คุณทานโพรไบโอติกเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผลสักที ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าสาเหตุหลัก ๆ มาจากพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน หากใครที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียโพรไบโอติกไปมากกว่านี้ และเพื่อให้ร่างกายยังสามารถดูดซึมโพรไบโอติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับประโยชน์จากโพรไบโอติกอย่างเต็มที่ 

แต่จะให้ดีไปกว่านั้นก็อย่าลืมทาน Probiotic Veggy Plus ในช่วงเวลาก่อนมื้ออาหาร หรือระหว่างมื้ออาหาร และทานควบคู่ไปกับการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด 

หากใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ Probiotic Veggy Plus โพรไบโอติกผสมไฟเบอร์ ราคาโปรโมชัน ที่มี บาซิลลัส โคแอกกูแลน (Bacillus Coagulans) เป็นส่วนประกอบที่ช่วยในเรื่องของการดีท็อกซ์ของเสีย ปรับสมดุลลำไส้ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงให้ผิวสวย สุขภาพดีด้วยคอลลาเจนไดเปปไทด์ ช่วยคลายเครียด และหลับสบายด้วยส่วนผสมของคาโมมายล์ ก็สามารถติดต่อขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือซื้อสินค้าได้ที่ Line: @GloryofficialTH



 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Glory จะมาตอบข้อสงสัย โพรไบโอติก กินตอนไหน ดีที่สุดให้ทุกคนได้ทราบกัน ไปดูเลย

Glory จะมาบอกวิธี ดูแลผิว คอลลาเจน ให้ผิวกลับมาสว่างกระจ่างใส หน้าไม่หมอง และไม่โทรม จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน

Glory จะพาไปหาคำตอบว่า คอลลาเจนลดสิว ช่วยเรื่องสิวอย่างไรบ้าง และทำไมถึงเป็นไอเทมที่คนรักผิวไม่ควรพลาด หากพร้อมแล้ว เราไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย

วันนี้ Glory เลยมี เคล็ดลับผิวใส แบบธรรมชาติ ที่ทำเองได้เองง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งคลินิกแต่อย่างใดมาฝากกัน

Glory จะมาบอกเหตุผลว่า คอลลาเจนไดเปปไทด์ ทำไมถึงควรเลือกทานมากที่สุด เพื่อที่ทุกคนจะได้ศึกษาข้อมูลของคอลลาเจนให้ดีก่อนรับประทาน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน

วันนี้ Glory จะมาแนะนำตัวช่วยชะลอผิวหมองคล้ำ และปัญหาริ้วรอย ด้วย Glory Collagen พร้อมทั้งบอกวิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย จะเป็นอย่างไรไปดูกัน

วันนี้ Glory เลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก วิตามินซี ไปพร้อมกับแนะนำวิตามินซีที่ควรค่าแก่การกิน เพื่อช่วยขับลุคให้ดูสวย และมีเสน่ห์มากขึ้น

Glory จะพาสาว ๆ มาทำความรู้จักกับ ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน ว่าคืออะไร ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสได้จริงหรือไม่ จะเป็นอย่างไรไปดูกัน

กลับหน้าแรก