ล้างลำไส้ ทำบ่อย ๆ ส่งผลเสียมากกว่าผลดี – Glory | “อาหารผิว” เพื่อสุขภาพและความงาม

ล้างลำไส้ ทำบ่อย ๆ ส่งผลเสียมากกว่าผลดี

การล้างลำไส้ เป็นการดีท็อกซ์ที่ช่วยขับสารพิษ และสิ่งสกปรกให้ออกจากร่างกาย โดยปกติแล้วจะไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดีท็อกซ์ เพื่อล้างลำไส้อาจเป็นอันตรายได้หากทำโดยไม่มีความรู้ และหากทำบ่อย ๆ จะยิ่งส่งผลเสียมากกว่าผลดี 

เพราะกระทบต่อปริมาณน้ำ และเกลือแร่ในร่างกาย รวมถึงอาจทำให้ลำไส้ขาดความสมดุล ดังนั้น วันนี้ Glory จะพาทุกคนมาดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อ ล้างลำไส้ เองบ่อย ๆ หากพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

 

เรื่องควรรู้ ! ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการล้างลำไส้ บ่อย ๆ

การล้างลำไส้ส่งผลต่ออวัยวะโดยตรง จึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ลำไส้ได้รับความเสียหาย และเมื่ออวัยวะภายในเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งในบางกรณีอาจจะมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อทำการล้างลำไส้บ่อย ๆ มีดังนี้

 

  • สูญเสียน้ำ และเกลือแร่

การล้างลำไส้ทำให้ร่างกายขับน้ำ และเกลือแร่ออกมา ซึ่งถ้าหากขับออกมากเกินไปจะทำให้สูญเสียน้ำ และเกลือแร่มากจนร่างกายได้รับอันตราย โดยจะเริ่มมีอาการรู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง เหงื่อออกน้อย ปัสสาวะน้อย และท้องผูก ซึ่งในกรณีมีความรุนแรงมากจะเสี่ยงต่อการช็อก และสามารถเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา ดังนั้นจึงไม่ควรล้างลำไส้บ่อย ๆ เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้

 

  • แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล

ในลำไส้มีทั้งแบคทีเรียดี และแบคทีเรียที่เป็นพิษต่อร่างกาย หากเกิดความไม่สมดุล ทำให้ระบบย่อยอาหาร และระบบอื่นในร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งการล้างลำไส้จะเป็นการขับแบคทีเรียดีออกไปด้วย ทำให้เกิดความไม่สมดุล และไม่มีตัวช่วยในการเสริมสร้างระบบอวัยวะให้ทำงานอย่างเป็นปกติ

 

  • ปวดท้อง

เพราะการล้างลำไส้เป็นการกระทำกับลำไส้โดยตรง ซึ่งเป็นอวัยวะหลักของระบบย่อยอาหาร ที่มีความบอบบาง เมื่อมีอะไรมาสัมผัสบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดความเสียหาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง และเจ็บช่องท้องได้ ซึ่งเป็นอาการที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย โดยอาการปวดท้องมีสาเหตุได้หลากหลาย และการสวนล้างลำไส้บ่อย ๆ ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุเหล่านั้น

 

  • ทวารหนักได้รับบาดเจ็บ

การสวนล้างลำไส้ต้องกระทำผ่านทางทวารหนัก ซึ่งเป็นอีกจุดที่บอบบาง และง่ายต่อการฉีกขาด โดยหากทำบ่อย ๆ จะยิ่งเสี่ยงต่อการเจ็บบริเวณทวารหนัก ส่งผลให้ขับถ่ายได้ลำบาก และหากเกิดแผลบริเวณทวารหนักอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้นถ้าหากไม่สังเกตจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นจนลุกลาม และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ในที่สุด

 

  • เสี่ยงลำไส้ทะลุ

การสวนล้างลำไส้ต้องใช้แรงดันในการบีบไล่น้ำขึ้นไป ซึ่งถ้าหากมีแรงดันมากเกินไป อาจทำให้ลำไส้โป่งพอง และเกิดการทะลุได้ โดยอาการ คือ ปวดท้องรุนแรง ซึ่งจะรุนแรงขึ้นจากการเคลื่อนไหว มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และการอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อร่างกาย และชีวิต

 

เรื่องต้องห้าม ! กลุ่มผู้มีอาการดังต่อไปนี้ไม่ควรล้างลำไส้ 

 

  • ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร 

เช่น โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis) โรคระบบทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง (Crohn’s Disease) ลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis) เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยโรคดังกล่าวจะมีลำไส้ที่บอบบาง และง่ายต่อการติดเชื้อ อีกทั้งการล้างลำไส้อาจทำให้เกิดความเจ็บปวด ร่างกายอ่อนเพลีย และทำให้อาการของโรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

 

  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดลำไส้

ผู้ที่ทำการผ่าตัดลำไส้ จะมีแผลที่ลำไส้ ซึ่งไม่ควรได้รับการกระทบกระเทือนจากอะไรทั้งสิ้น และการผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู ด้วยการทำให้ลำไส้เกิดความสมดุลด้วยแบคทีเรียต่าง ๆ หากมีการสวนล้างก็อาจจะส่งผลต่อความสมดุล และทำให้ลำไส้ได้รับบาดเจ็บ

 

  • ผู้ที่เป็นโรคไต (Kidney Disease)

ผู้ที่เป็นโรคไต จะมีการทำงานของไตผิดปกติ โดยหน้าที่ของไตคือการขับสารพิษ และควบคุมฮอร์โมน รวมถึงมีหน้าที่สำคัญ อย่าง การควบคุมน้ำ และเกลือแร่ ซึ่งเมื่อร่างกายไม่สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้ ก็จะเกิดความผิดปกติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้างลำไส้ จะทำให้สูญเสียน้ำ และเกลือแร่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของไตโดยตรง อาจทำให้เกิดความผิดพลาด และส่งผลร้ายแรงกว่าเดิมในผู้ป่วยโรคไต

 

  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ

โรคหัวใจ เป็นโรคที่มีความเสี่ยงอันตราย เพราะเกี่ยวข้องกับการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เนื่องจากหัวใจเป็นอวัยวะสำคัญ จึงไม่ควรทำอะไรที่กระทบต่อร่างกายมากเกินไป

อย่าง การสวนล้างลำไส้ที่เมื่อทำบ่อย ๆ อาจทำให้ร่างกายไม่สมดุล และรู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ ดังนั้นผู้ป่วยโรคหัวใจจึงควรหลีกเลี่ยงการล้างลำไส้

 

  • เด็กและสตรีมีครรภ์

เด็ก และสตรีมีครรภ์ เป็นบุคคลในกลุ่มที่ร่างกายเปราะบาง จึงไม่ควรล้างลำไส้ เพราะอวัยวะอื่น ๆ อาจได้รับความเสียหายไปด้วย อีกทั้งอาจจะทำการรักษาฟื้นฟูได้ยาก ด้วยเงื่อนไขด้านร่างกาย โดยอาจจะเลี่ยงวิธีล้างลำไส้ เปลี่ยนไปเป็นการรับประทานอาหารที่ช่วยเรื่องการขับถ่ายแทน

เช่น ผัก และผลไม้ต่าง ๆ ที่มีไฟเบอร์สูง ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มีอาการที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ และต้องได้รับการอนุญาตจากแพทย์เท่านั้น จึงจะทำการสวนล้างได้ ตามเหตุจำเป็นต่าง ๆ 

 

ปลอดภัยไว้ก่อน !  4 อาหารช่วยดีท็อกซ์ได้ ไม่ต้องสวนล้างลำไส้ 

อย่างไรก็ตาม การดีท็อกซ์ล้างสารพิษในร่างกายนั้นมีวิธีอื่นที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความอันตรายจากการสวนล้างลำไส้  นั่นก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ดังต่อไปนี้

 

  • น้ำมะนาว 

การดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น จะมีฤทธิ์ช่วยในการขับถ่าย และการขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นนิยามของการทำดีท็อกซ์ โดยสามารถผสมดื่มได้โดยไม่มีสัดส่วนระบุไว้ชัดเจน แต่ไม่ควรผสมน้ำน้อยเกินไป เพราะอาจทำให้ระคายคอ และแสบท้องได้

 

  • น้ำขิง

น้ำขิง เป็นสมุนไพรที่สรรพคุณมากมาย และสรรพคุณที่โดดเด่นก็ คือ ช่วยในเรื่องการขับถ่าย โดยน้ำขิงจะไปส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างปกติ

 

  • น้ำขมิ้นชัน

ขมิ้นชันมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียด รวมถึงช่วยขับสารพิษในตับ และที่สำคัญ เมื่อนำไปตำพร้อมผสมน้ำเปล่า แบ่งกินคราวละ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยสร้างสมดุลให้ระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร


  • ผลิตภัณฑ์เสริมโพรไบโอติก

โดย Glory มีผลิตภัณฑ์  Probiotic Veggy Plus ซึ่งเป็น โพรไบโอติก ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ผสมกับไฟเบอร์อยู่ในรูปแบบของแคปซูล  ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น รวมถึงช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย 

ดังนั้น การดีท็อกซ์ไม่จำเป็นต้องทำการสวน ล้างลำไส้ เสมอไป อีกทั้งไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะส่งผลต่อความสมดุลของร่างกาย ในทางที่ดีควรรับประทานอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย และช่วยดีท็อกซ์อย่างพอดี ไม่เสี่ยงอันตราย 

ทั้งนี้หากใครสนใจ Probiotic Veggy Plus จาก Glory  สามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อราคาโปรโมชันคลิก หรือ

Line: @GloryofficialTH

Shopee: Glory Official TH

Lazada: Glory

Glory จะมาแนะนำเทคนิคการกินอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ถูกต้อง พร้อมแชร์ทริคเลือกอาหารเสริมให้ได้มาตรฐาน และปลอดภัยตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ให้ได้มากที่สุด

บทความในวันนี้ Glory จะมาแชร์เคล็ดลับลดน้ำหนักให้ปลอดภัย และไม่โยโย่ เห็นผลในระยะยาว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงไทยยุคใหม่

บทความสาระหุ่นสวยในวันนี้ Glory จะมาอธิบายว่า ดีท็อกซ์ช่วยอะไร มีวิธีการดีท็อกซ์ให้เลือกกี่วิธี และข้อควรรู้ของการทานดีท็อกซ์อย่างถูกต้อง

Glory ได้รวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ลำไส้ พร้อมแจกสูตรดีท็อกซ์ลำไส้ที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน และเห็นผลได้จริง

Glory จะพาทุกคนมารู้จักกับ ไฟเบอร์ ดีท็อกซ์ รวมถึงคุณประโยชน์ของไฟเบอร์ดีท็อกซ์ที่ควรรู้ พร้อมแจก 5 สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย

 Glory จะมาแนะนำวิธีการดูแลตัวเองที่ทำให้สาว ๆ มีผิวสุขภาพดี กระจ่างใส ผิวเด้งฉ่ำวาว มีออร่า ด้วยคอลลาเจน และเคล็ดลับดูแลตัวเองอื่น ๆ

 Glory จะมาบอกวิธีที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ด้วย พรีไบโอติก ผสมไฟเบอร์ พร้อมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการลำไส้แปรปรวน

กลับหน้าแรก